การออกแบบ ศิลปะ

แกะซองถอดกลยุทธ์ความสำเร็จ “มินนะมาเมะ” ย่างก้าวของแบรนด์ไทยสู่ตลาดโลก

ออกแบบ

หลายคนที่ติดตามกระแสการตลาดในปัจจุบันจะเห็นว่า หลายธุรกิจของไทยเริ่มดำเนินแผนรุกขยายตลาดออกสู่ตลาดต่างประเทศ

โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จหรือมีชื่อเสียงในประเทศไทย แต่มีน้อยมากที่แบรนด์ของไทยจะไปสร้างชื่อเสียงในตลาดนอกประเทศได้อย่างภาคภูมิใจ “ถั่วแระ (Edamame)” พืชผักที่หลายคนรู้จักในฐานะ “ของทานเล่น” ซึ่งถั่วแระส่วนใหญ่ที่นิยมทานกันมากจะเป็น ถั่วแระญี่ปุ่น ที่ว่ากันว่ามีคุณภาพและมีประโยชน์สูง และเพราะมาจากญี่ปุ่นทำให้เชื่อใจได้ถึงมาตรฐานกระบวนการผลิต แต่ในความจริงจะมีใครรู้บ้างว่า ถั่วแระญี่ปุ่นที่คนญี่ปุ่นนิยมอย่างมาก แถมยังมีวางขายในประเทศจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากประเทศไทย

โดยเฉพาะถั่วแระแบรนด์ “มินนะมาเมะ (Minnamame)” แต่กว่าจะประสบความสำเร็จในวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ซึ่ง คุณศุภพงศ์ วงศ์วรรณ ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลานนาเกษตร อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตถั่วแระญี่ปุ่นแบรนด์มินนะมาเมะ จะมาเล่าเส้นทางสู่ความสำเร็จจนก้าวไปสู่แบรนด์ที่สร้างชื่อเสียงในระดับโลก

เมื่อย้อนอดีตกลับไปจะพบว่า “ตระกูลวงศ์วรรณ” โลดแล่นอยู่ในแวดวงเกษตรกรรมทางภาคเหนือมายาวนาน (หากไม่นับเรื่องของการเมือง) โดยเฉพาะธุรกิจการทำไร่ยาสูบซึ่งถือเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจยุคนั้น โดยจะเป็นรูปแบบให้เกษตรกรในพื้นที่เป็นคนปลูกแล้วรับซื้อเพื่อจำหน่ายเป็นวัตถุดิบในการผลิตขั้นตอนต่อไป

ออกแบบโลโก้

“ในช่วงปี 1990 ลูกค้าของเราที่เป็นชาวญี่ปุ่นเล่าให้ฟังถึงสถานการณ์ปัญหาผลผลิตถั่วแระที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งประสบปัญหาการขาดแคลน จนทำให้มีราคาแพงขึ้นมากและผู้คนไม่สามารถซื้อมารับประทานได้ โดยถั่วแระเป็นผลิตผลที่คนญี่ปุ่นนิยมทานกันมาก แม้แต่ถั่วแระที่ผลิตจากไต้หวันก็มีราคาแพงขึ้นมาก นั่นจึงทำให้ลูกค้าชาวญี่ปุ่นถามมาที่เราว่า สนใจที่จะปลูกถั่วแระมั้ย”

ด้วยคำถามนั้นจากลูกค้าชาวญี่ปุ่น ทำให้คุณพ่อคุณแม่ของคุณศุภพงศ์สนใจและตัดสินใจลองปลูกดู ภายใต้แนวคิดเดียวกับการปลูกยาสูบ โดยให้เกษตรกรเป็นผู้ปลูกแล้วรับซื้อเพื่อนำไปผลิตแล้วส่งให้ลูกค้าชาวญี่ปุ่น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า และส่งผลให้ในเวลาต่อมาก็เริ่มเปลี่ยนผ่านธุรกิจหันมาปลูกถั่วแระญี่ปุ่นเพื่อทดแทนการปลูกยาสูบ

“การปลูกถั่วแระของเราได้ทำตามมาตรฐานและความต้องการของลูกค้าชาวญี่ปุ่น นั่นทำให้เราต้องมีการวางแผนในการผลิต โดยเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์ ไปจนถึงการเลือกพื้นที่เพาะปลูก วิธีการเก็บเกี่ยวและกระบวนการผลิต เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศญี่ปุ่น และลูกค้าชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาเยี่ยมชมกระบวนการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ก็มีการเสนอให้ความคิดเห็น เพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุง”

หลังจากนั้น ในช่วงปี 1992 ก็มีการผลิตถั่วแระญี่ปุ่นอย่างจริงจัง โดยในช่วงเวลานั้นเป็นการผลิตตามคำสั่งผลิตในรูปแบบ OEM โดยเน้นผลิตถั่วแระญี่ปุ่นเพื่อส่งไปขายที่ประเทศญี่ปุ่น (ภายใต้แบรนด์ของลูกค้า) และหลังจากที่คุณศุภพงศ์ได้เข้ามาบริหารงานอย่างเต็มตัวก็เล็งเห็นว่า การรับจ้างผลิตมีความเสี่ยง เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่ไม่เอื้อต่อการผลิต อาทิ ค่าแรงปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นตาม ลูกค้าชาวญี่ปุ่นอาจจะย้ายไปผลิตในประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่า

“เพราะการรับจ้างผลิตมีความเสี่ยง เราจึงควรต้องมีตัวตนหรือมีแบรนด์เป็นของเราเอง นั่นจึงเป็นที่มาของการสร้างแบรนด์ ‘มินนะมาเมะ’ จากนั้นก็เริ่มด้วยการขายในประเทศ เมื่อลูกค้าชาวญี่ปุ่นมาเยี่ยมชมและตรวจงาน ก็ทำให้มีโอกาสพาลูกค้าไปดูสินค้าของมินนะมาเมะที่วางขายในห้างสรรพสินค้า และลูกค้าชาวญี่ปุ่นก็สนใจที่จะนำผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์มินนะมาเมะไปลองเปิดตลาดวางขายที่ประเทศญี่ปุ่น”

หลังจากที่สร้างแบรนด์มินนะมาเมะขึ้นมาได้สำเร็จ เป้าหมายแรกคือการส่งมินนะมาเมะ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ถั่วแระของญี่ปุ่นกลับไปขายที่ประเทศแม่และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สำหรับเป้าหมายต่อไปของมินนะมาเมะ คือ การส่งมินนะมาเมะให้กระจายไปอยู่ทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะประเทศที่เคยเป็นลูกค้าในการจ้างผลิต (OEM) จะทำให้มินนะมาเมะสามารถกระจายไปพร้อมกลับลูกค้า เพื่อไปขยายตลาดในประเทศนั้นๆ